ปภ.จับตาฝนหนัก–แม่น้ำโขงเพิ่มสูง สั่งพื้นที่เสี่ยงเร่งแจ้งเตือน เตรียมกำลังรับมือ 24 ชั่วโมง
วันนี้ 2 ก.ย. 69 เวลา 13.30 น. นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 1 – 2 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อน “โซเดล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขณะเดียวกัน สถานการณ์แม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด
รองอธิบดีปภ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดพื้นที่เสี่ยง รวมถึงอปท. ในพื้นที่ ประสานข้อมูลหน่วยงานในพื้นที่ให้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเสี่ยงหรือคาดว่าจะเกิดอุทกภัย หากประเมินแล้วว่าสถานการณ์มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อประชาชน ให้เร่งแจ้งเตือนโดยเร็วผ่านทางวิทยุชุมชน หอกระจายข่าว พร้อมประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast Service ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยทันที เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมพร้อมและปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัย
สำหรับจังหวัดริมแม่น้ำโขง ให้ติดตามสถานการณ์น้ำและข้อมูลจากพื้นที่ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มระดับน้ำเพื่อประเมินผลกระทบ รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของแนวป้องกันน้ำท่วม พนังกั้นน้ำ เขื่อน ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และระบบระบายน้ำ หากพบจุดเสี่ยงให้เร่งแก้ไขโดยทันที นอกจากนี้ให้ศูนย์ ปภ. เขต จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือ และอุปกรณ์ประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมเข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งฟื้นฟู ทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ สำรวจความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมทุกด้าน โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ควบคู่กับการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเป็นธรรม










