กทม.สั่งตรวจเช็ก “Data Center” กลางกรุง 49 แห่ง จ่อแถลงใช้ไฟ-น้ำศุกร์นี้ เตรียมคุมเข้มจัดโซนนิ่งและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภายใน 1 เดือน
วันที่ 10 ก.ย. 69 นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการสื่อสารฯ ถึงแนวทางจัดการผลกระทบจาก Data Center ในเขตเมืองว่า ขณะนี้พบ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ 49 แห่ง แบ่งเป็นแบบสแตนอโลน 6 แห่ง และอยู่ภายในอาคาร 43 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นของภาครัฐ 10 แห่ง และเอกชน 33 แห่ง
ผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจเช็กการใช้น้ำ ไฟฟ้า และการเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟสำรอง 48 ชั่วโมงทั้งหมด โดยวันศุกร์นี้ กทม.เตรียมแถลงรายละเอียดว่าแต่ละแห่งใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำ และมีพื้นที่เท่าใด เพื่อประเมินผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
นายพรพรหม ระบุว่า Data Center ของรัฐส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ใช้เก็บข้อมูลภายในอาคาร ไม่ได้ให้บริการเช่าพื้นที่หรือเซอร์วิสในลักษณะโคโลเคชัน ขณะที่ Data Center แบบสแตนอโลนจะถูกตรวจเข้ม เนื่องจากให้บริการลูกค้าภายนอกและต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง โดยมาตรฐานระดับโลกกำหนดให้สำรองไฟได้ราว 48 ชั่วโมง จึงอาจมีการสำรองน้ำมันในปริมาณมาก
ส่วนการกำหนดเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม กทม.เตรียมหารือกับ NECTEC และ DTEC เพื่อประเมินผลกระทบของ Data Center แต่ละแห่ง
สำหรับข้อเสนอเรื่อง โซนนิ่ง รองผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า ต้องเริ่มจากการกำหนดนิยามให้ชัดก่อน ทั้งขนาดกี่เมกะวัตต์ รูปแบบโคโลเคชัน หรือ Data Center ที่อยู่ในอาคาร พร้อมเสนอให้ครอบคลุมทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะแบบสแตนอโลน ขณะนี้มีการตั้งอนุกรรมการ 4 ด้านพิจารณาทั้งสิ่งแวดล้อมและการจัดพื้นที่ โดยตั้งเป้าสรุปแนวทางทั้งหมดภายใน 1 เดือน










