ประธาน กกต. เปิดเหตุผลยกคำร้องไม่สั่งฟ้อง “เนวิน-อนุทิน-ภูมิใจไทย” คดีฮั้ว สว. ชี้พยานปากสำคัญไม่น่าเชื่อถือ กลับคำให้การ มีเหตุโกรธเคืองทางการเมือง ไร้เส้นทางการเงินและวัตถุพยานมัดตัว
วันที่ 14 ก.ย. 69 น นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ชี้แจงกรณี กกต.มีมติเสียงข้างมากไม่ส่งเรื่องกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและผู้เกี่ยวข้องให้ศาลฎีกา โดยระบุว่า ข้อกล่าวหากรณีช่วยเหลือผู้สมัคร สว. 140 คน มีพยานสำคัญ 3 ปาก โดยเฉพาะพยานรหัส 16/26 ที่กล่าวอ้างว่า กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยกลุ่มคนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมวางแผนฮั้ว สว. และมีการประชุมชี้แจงแผน รวมถึงอ้างว่านายเนวินและนายอนุทินร่วมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังอ้างเหตุการณ์การจัดทำโพยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ และหลังการเลือก สว. มีการนำ สว.ในสายไปรับนโยบายจากนายเนวินที่โรงแรม แต่ผู้ถูกร้องทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา
นายณรงค์ระบุว่า เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานกลับพบว่า เหตุการณ์สำคัญมีเพียงพยานปากเดียวเป็นผู้กล่าวอ้าง และไม่มีภาพถ่าย วัตถุพยาน เครื่องมือสื่อสาร หรือหลักฐานโปรแกรมที่ใช้ในการวางแผน รวมถึงไม่มีหลักฐานเส้นเงินหรือการจ่ายเงินให้ผู้สมัคร สว. ทำให้ข้อกล่าวหาเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ขาดหลักฐานสนับสนุน ส่วนพยานประกอบอีก 2 ปาก ซึ่งเป็น สว. ก็ไม่สามารถให้การเชื่อมโยงสอดคล้องกับพยานหลักได้ และที่สำคัญ พยานทั้ง 3 ปากภายหลังได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. กลับคำให้การ ยืนยันว่าพฤติการณ์ที่เคยกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง
ประธาน กกต. ยังเปิดเผยว่า พยานรหัส 16/26 เคยเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย ก่อนถูกพรรคมีมติให้ออกจากสมาชิก หลังมีคดีทุจริตเกี่ยวกับสหกรณ์ครู และต่อมาย้ายไปพรรคกล้าธรรม จึงมีเหตุให้ต้องใช้ความระมัดระวังในการชั่งน้ำหนักคำให้การ
นายณรงค์ย้ำว่า มติ กกต.เป็นการพิจารณาตามพยานหลักฐานและกฎหมาย พร้อมขอโอกาสให้สังคมติดตามการทำงานในระยะยาว โดยระบุว่า ตลอด 1 ปี 14 วันที่เข้ารับตำแหน่ง พยายามพัฒนาองค์กร และยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทาง










