สทนช. เร่งผลักดันน้ำฝั่งตะวันออก น้ำท่วมปทุมฯ – กทม.ปรับตัวดีขึ้น

สทนช. เผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั่วประเทศอยู่ที่ 82% เร่งผลักดันน้ำบางปะกงเพิ่ม 10 เครื่องขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วมของ จ.ปทุมธานีและกรุงเทพมหานครปรับตัวดีขึ้น

วันที่ 11 ต.ค. 69 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ เวลา 07.00 น. ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 65,931 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 82% ของความจุเก็บกัก เป็นน้ำใช้การได้ 41,822 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 74% โดยภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำสูงสุด 96% รองลงมาคือภาคตะวันออก 88%

สำหรับฝนสูงสุดรายภาคในรอบ 24 ชั่วโมง พบที่จังหวัดยะลา 137 มิลลิเมตร เพชรบุรี 126 มิลลิเมตร นครสวรรค์ 98 มิลลิเมตร สุรินทร์ 74 มิลลิเมตร จันทบุรี 38 มิลลิเมตร และลพบุรี 20 มิลลิเมตรสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. ระดับน้ำในพื้นที่อ.บรรพตพิสัยและชุมแสง จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง ส่วนสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,885 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ด้านการแก้ปัญหาน้ำท่วมฝั่งตะวันออก สทนช. ระบุว่า เขื่อนบางปะกงยังระบายน้ำได้ดี แต่มีมวลน้ำสะสมจากหลายเส้นทาง ทั้งท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล คลองรังสิต และน้ำจากกรุงเทพฯ ที่ไหลผ่านคลองประเวศบุรีรมย์และคลองแสนแสบ ลงสู่คลองพระองค์ไชยานุชิต ก่อนระบายออกสู่ทะเล โดยมีข้อจำกัดจากสันดอนปากแม่น้ำที่ตื้นเขิน ทำให้สำโรง บางเสาธง บางบ่อ และบางพลี ระบายได้ช้า

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในปทุมธานีและกรุงเทพฯ ปรับตัวดีขึ้น พร้อมเร่งเปิดรับน้ำเข้าสู่ระบบคลองรังสิตและนครนายก เพื่อตัดยอดน้ำจากพื้นที่ตอนบน ลดมวลน้ำที่จะไหลลงสู่องครักษ์ บางน้ำเปรี้ยว และฉะเชิงเทรา ขณะเดียวกันกรมชลประทานและกองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในแม่น้ำบางปะกงอีก 10 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

แชร์บทความนี้...

สมัครรับข่าวสาร

สมัครรับข้อมูลข่าวสารกับทางเราอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่
พื้นที่โฆษณา Banner
Ad Size: 336x280 px