“ศุภจี” โต้ “สนธิ” ยันลดขั้นตอนธุรกิจต่างชาติไม่ใช่ขายชาติ พร้อมเพิ่มมาตรการสแกนเข้ม สกัดนอมินีแย่งอาชีพคนไทย
วันที่ 11 ก.ย. 69 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวหากระทรวงพาณิชย์เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามามากเกินไป จนถูกมองว่าเป็นการขายอธิปไตยทางเศรษฐกิจว่า การปรับกฎครั้งนี้มีเป้าหมายลดความซ้ำซ้อนของภาครัฐ ควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ
โดยกระทรวงพาณิชย์ทบทวนกติกาการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวใน 8 ธุรกิจบริการเฉพาะทาง เฉพาะกิจการที่มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้ว รวมถึงธุรกิจที่ให้บริการภายในกลุ่มบริษัทอย่างชัดเจน ไม่ได้ยกเลิกมาตรฐานหรือกลไกตรวจสอบ แต่ให้หน่วยงานที่มีอำนาจและความเชี่ยวชาญโดยตรงเป็นผู้กำกับ เพื่อลดต้นทุนและระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ
นางศุภจีย้ำว่า การปรับกติกา ไม่ใช่การผ่อนคลายการกำกับดูแลธุรกิจต่างชาติในภาพรวม โดยกระทรวงยังเดินหน้าปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินีอย่างเข้มงวด
ตั้งแต่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มการตรวจสอบบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม โดยกลุ่มเสี่ยงต้องแสดงหลักฐานและชี้แจงที่มาของเงินลงทุนก่อนจดทะเบียน ส่งผลให้เดือน ส.ค. มีบริษัทกลุ่มเสี่ยงยื่นจดทะเบียน 163 ราย ลดลงจาก 894 รายในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือ 81.77%
นางศุภจีกล่าวว่า การปรับกติกาครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของภาครัฐ มุ่งสู่การกำกับดูแลที่ โปร่งใส รวดเร็ว ตรงจุด พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย










