รีดไขมันระบบราชการ เลิกยื่นสำเนา ดัน AI ทำงานแทน

“ปกรณ์” ขอเลิกใช้คำ “ปฏิรูประบบราชการ” เปลี่ยนเป็น “พัฒนาประสิทธิภาพ” ดัน Digital Government ลดขั้นตอน-ช่องทุจริต ตั้งเป้าลดเวลาบริการ 20-30%

วันที่ 5 ก.ย.69 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงแนวทางพัฒนาระบบราชการ ว่า ไม่ขอใช้คำว่า “ปฏิรูประบบราชการ” เพราะเป็นภาพจำของความล้มเหลวจากการตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานจำนวนมาก แต่ไม่ลงมือทำ จึงขอใช้คำว่า “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” แทน

ทั้งนี้ไทยจำเป็นต้องลดภาระงบประมาณประจำ เพื่อนำไปเพิ่มงบลงทุน โดยเน้นลดอัตรากำลังที่ไม่จำเป็น ปรับกระบวนงาน และนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน พร้อมยกตัวอย่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเดิมมีขั้นตอนก่อนถึงโต๊ะทำงานมากถึง 170 กระบวนงาน แต่หลังนำเทคโนโลยีมาใช้ สามารถลดเหลือไม่ถึง 40-70 กระบวนงาน 

นายปกรณ์ ระบุว่า หัวใจสำคัญคือการผลักดัน “Digital Government” และ “Open Government” โดยเปลี่ยนข้อมูลราชการจากเอกสารกระดาษหรือไฟล์สแกนให้เป็นข้อมูลที่เครื่องอ่านได้ เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ AI สามารถนำไปวิเคราะห์และให้บริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น พร้อมลดช่องทางการทุจริต

โดยย้ำว่า ประชาชนไม่ควรถูกเรียกให้ถ่ายสำเนาเอกสารที่หน่วยงานรัฐออกให้ แล้วนำกลับมายื่นกับหน่วยงานรัฐอีก เพราะประชาชนมองรัฐบาลเป็นหน่วยงานเดียว หน้าที่ของรัฐคือเชื่อมโยงข้อมูลกันเอง

นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมผลักดันระบบ “Super License” ลดใบอนุญาตย่อย เช่น ธุรกิจโรงแรมที่ปัจจุบันมีใบอนุญาตเกี่ยวข้องอย่างน้อย 18 ใบ ให้เหลือใบอนุญาตหลักใบเดียว พร้อมระบบ “Fast Track” สำหรับผู้ต้องการบริการเร่งด่วนอย่างโปร่งใส

ขณะเดียวกัน จะทบทวนกฎหมายรองราว 7,600 ฉบับ โดยเปิดให้ภาคเอกชนสะท้อนปัญหาที่พบจริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายให้ตรงจุด ตั้งเป้าลดระยะเวลาการให้บริการประชาชนลงอย่างน้อย 20-30%

แชร์บทความนี้...

สมัครรับข่าวสาร

สมัครรับข้อมูลข่าวสารกับทางเราอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่
พื้นที่โฆษณา Banner
Ad Size: 336x280 px