ทบ. โต้กัมพูชาใช้เวทีโลกกล่าวหาไทยด้วยข้อมูลบิดเบือน อ้างไทยยึดครองพื้นที่ชุมชนกัมพูชาชายแดนสระแก้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง ย้ำไทยยึดหลักมนุษยธรรมและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
วันที่ 15 ต.ค. 69 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีนายเค โสวันน์ ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมในนครเจนีวาว่า การสู้รบเมื่อเดือน ธ.ค.68 ทำให้ชาวกัมพูชาพลัดถิ่นกว่า 650,000 คน และยังมีประชาชนกว่า 20,000 คนไม่สามารถกลับบ้านได้ โดยกล่าวหาว่าไทยยึดครองพื้นที่
โฆษกกองทัพบกระบุว่า ตัวเลข 650,000 คนเป็นจำนวนประชาชนกัมพูชาที่เคยอพยพไปยังพื้นที่พักพิงชั่วคราว ไม่ใช่จำนวนผู้ที่ยังกลับภูมิลำเนาไม่ได้ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับฝ่ายไทยที่เคยมีประชาชนอพยพเกือบ 500,000 คน และส่วนใหญ่กลับบ้านหลังข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68
ส่วนกรณีประชาชนกัมพูชากว่า 20,000 คนที่อ้างว่ายังกลับบ้านไม่ได้ ข้อมูลที่ฝ่ายไทยตรวจสอบในพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง จ.สระแก้ว พบผู้เกี่ยวข้องประมาณ 4,600 คน หรือกว่า 900 ครัวเรือน ซึ่งเป็นตัวเลขแตกต่างจากที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้าง
กองทัพบกยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยไทย และมีปัญหาการเข้ามาตั้งบ้านเรือนของชาวกัมพูชามานานกว่า 40 ปี โดยไทยพยายามแก้ไขผ่านบันทึกความเข้าใจปี 2543 หรือ MOU 43 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการยึดครองพื้นที่
โฆษกกองทัพบกระบุว่า ไทยจำเป็นต้องควบคุมและเฝ้าระวังพื้นที่เพื่อป้องกันการโจมตีซ้ำและดูแลความปลอดภัยของประชาชนกับกำลังพล ไม่ใช่การยึดครองดินแดนกัมพูชา
ทั้งนี้ กองทัพยืนยันสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง เคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน และใช้ข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐานในการเจรจา










