น้ำท่วมภาคตะวันออกทำบ่อกุ้ง-บ่อปลาพังยับ ความเสียหายทะลุหมื่นล้านบาท เกษตรกรบุกสภาฯ วอนรัฐบาลสั่งพักหนี้ 1 ปี และแจกซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำด่วน ก่อนสิ้นเนื้อประดาตัว
วันที่ 8 ต.ค.69 ตัวแทนสมาคมและเครือข่ายเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในภาคตะวันออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เข้ายื่นหนังสือถึง สส.พรรคเพื่อไทย และตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รัฐสภา เรียกร้องรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ หลังบ่อกุ้งและปลาถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นวงกว้าง
โดยข้อเสนอหลักคือ ขอให้ประสานสถาบันการเงิน พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ปี รักษาสถานะเครดิตเดิมของเกษตรกร ปรับโครงสร้างหนี้และยืดเวลาชำระให้สอดคล้องกับการฟื้นฟู รวมถึงจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนซื้อพันธุ์สัตว์น้ำ อาหาร อุปกรณ์ และปรับปรุงบ่อสำหรับเริ่มเลี้ยงรอบใหม่
นายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย ระบุว่า ความเสียหายขณะนี้ยังเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้น จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่เลี้ยงกุ้งเสียหายแล้วกว่า 37,000 ไร่ มูลค่ากว่า 7,500 ล้านบาท ขณะที่ปราจีนบุรีเสียหายกว่า 8,600 ไร่ มูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท
ด้านนายสุทธิ มะหะเลา นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย ระบุว่า ฉะเชิงเทราเป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ปลาและปลากะพงขาวสำคัญของประเทศ โดยน้ำท่วมทำให้พันธุ์ปลาถูกพัดออกจากบ่อ เบื้องต้นประเมินความเสียหายราว 1,000 ล้านบาท
ขณะที่นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ย้ำว่า ความเสียหายไม่ได้มีเฉพาะสัตว์น้ำ แต่รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่รายได้หายไป แต่ภาระหนี้และดอกเบี้ยยังเดินต่อ จึงขอให้รัฐบาลเร่งลงพื้นที่และช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็ว ไม่ใช่เพียงการพักหนี้เท่านั้น










