ตำรวจสอบสวนกลาง ยึดทรัพย์“สมีโชติ”อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และสีกาเอ๋ กว่า 720 ล้านบาท หลังพบตั้งมูลนิธิบังหน้า แอบโอนเงินทำบุญเข้าบัญชีตัวเอง แล้วออกใบอนุโมทนาบัตรปลอม
วันที่ 11 ก.ย. 69 ตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุม นายโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ นางสาวปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน หลังพบพฤติกรรมตั้งมูลนิธิบังหน้าเพื่อรับโอนเงินจากการเช่าวัตถุมงคลและเงินบำรุงวัด รวมกว่า 92 ล้านบาท ในเวลาเพียง 3 เดือน แล้วโอนต่อเข้าบัญชีส่วนตัว โดยไม่มีเงินเข้าบัญชีวัดแม้แต่บาทเดียว พร้อมออกใบอนุโมทนาบัตรปลอมในนามวัด
จากการเข้าตรวจค้น 6 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่แปรสภาพจากศรัทธาประชาชน ทั้งเงินสด สกุลเงินต่างประเทศ ทองคำแท่ง พระเครื่อง และโฉนดที่ดิน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้จากทั้งสองคนสูงถึงกว่า 720 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาสประมาณ 498 ล้านบาท และของสีกาเอ๋กว่า 215 ล้านบาท ทั้งสองถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสมคบฟอกเงิน ขณะที่สีกาเอ๋และอดีตเจ้าอาวาสให้การปฏิเสธ
ตำรวจยืนยันจะขยายผลตรวจสอบที่มาทรัพย์สินทั้งหมด พร้อมแยกให้ชัดว่าอะไรเป็นเงินวัดและอะไรเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ขณะที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า ได้ดำเนินการกับอดีตเจ้าอาวาส ให้ลาสิกขา เนื่องจากพฤติกรรมเสพเมถุนถือเป็นอาบัติปาราชิกและไม่สามารถกลับมาบวชเป็นพระภิกษุได้อีก ทั้งนี้ การลาสิกขาไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของเจ้าตัว
ส่วนกรณี “โต๊ะส้ม” ตำรวจระบุไม่เกี่ยวกับคดีอาญา เป็นเพียงการนำสัญลักษณ์ที่มองว่าไม่เหมาะสม โดยเปรียบว่าเป็นการกวาดสิ่งปฏิกูลหรือขยะออกจากวัด พร้อมย้ำว่า “วัดยังคงอยู่ ศาสนายังคงอยู่” และขอประชาชนอย่าเหมารวมพฤติกรรมบุคคลกับพระพุทธศาสนา










