“สนธิ ลิ้มทองกุล” พร้อมมวลชนเคลื่อนขบวนชุมนุมทวงคืนประเทศไทย ขณะที่ “ทราย สมุทร” เข้าร่วมจี้รัฐบาลทบทวน “ฟรีวีซ่า” ปราบทุนต่างชาติยึดที่ดิน-สวมนอมินี หวั่นไทยตกเป็นอาณานิคมยุคใหม่
วันที่ 10 ก.ย. 69 เวลา 8.45 น. บรรยากาศบริเวณด้านหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 (สถานทูตอิสราเอล ตั้งอยู่ ชั้น 25) สุขุมวิท 21 ซอย 3 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ กลุ่มมวลชนทยอยเข้ามาร่วมชุมนุม พร้อมโบกสะบัดธงชาติไทย ซึ่งมีรถกระบะกระจายเสียง 2 คัน ติดป้าย “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และแกนนำเริ่มขึ้นปราศรัย โดยมวลชนต้องเดินผ่านจุดคัดกรองประตูตรวจจับโลหะ (Walk Through Metal Detector) ซึ่งมีตำรวจจาก บก.น.5 ตำรวจชุด EOD และกองร้อยน้ำหวาน มาดูแลความปลอดภัย 1 กองร้อย
การสัญจรภายในสุขุมวิท 21 ซอย 3 มีลักษณะเป็น 2 เลน รถสวนกันไป-มา ฝั่งละ 1 เลน โดยเจ้าหน้าที่ใช้รั้วปิดกั้น 1 เลน ทำให้การสัญจรค่อนข้างชะลอตัว ขณะที่พบว่าพนักงานออฟฟิศในอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ยังคงเดินทางมาทำงานปกติ
ต่อมาเวลา เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาพร้อมทีมงาน เดินทางมาถึงอาคาร เพื่อยื่นประท้วง “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และรณรงค์การกวาดล้างทุนนอมินี นอกจากนี้ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” หรือ “ทราย สมุทร” นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ถือธงชาติไทย เดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย โดยเปิดเผยว่า เข้าร่วมการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยย้ำว่ามาในฐานะคนรักประเทศไทยที่ไร้สีเสื้อทางการเมือง เนื่องจากกังวลว่าทรัพยากรและอนาคตของคนรุ่นใหม่กำลังถูกนำไปแลกเปลี่ยนให้ต่างชาติครอบครอง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมกลุ่มต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีอิสราเอลที่เคยเคลื่อนไหวคัดค้านตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังพบการฉวยโอกาสใช้สิทธิ์นักท่องเที่ยวเข้ามาทำธุรกิจและกว้านซื้อที่ดินผ่านนอมินีจนคนไทยแทบไม่มีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า และเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง แม้จะเข้าใจความห่วงใยต่อแรงงานไทยในอิสราเอล แต่รัฐบาลต้องแยกแยะและยึดการปกป้องอธิปไตยของประเทศเป็นหลัก พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้ต่างชาติใช้นอมินียึดพื้นที่โดยไร้การควบคุม อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “อาณานิคมยุคใหม่” ผ่านคราบการท่องเที่ยวและการลงทุน และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อคนไทยในระยะยาว










